บทความ

การใช้สิทธิของประชาชน เมื่อข้อกฎหมายมีปัญหาความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ

29/10/2020
218

Highlight


  • ประชาชนที่เห็นว่าบทบัญญัติแห่งกฎหมายใดมีเนื้อหาที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ มีสิทธิขอให้มีการตรวจสอบได้โดยร้องไปยัง “ผู้ตรวจการแผ่นดิน” หรือกรณีที่มีการฟ้องร้องเป็นคดีกันอยู่ในศาล ประชาชนที่เป็นคู่ความในคดีมีสิทธิขอให้ “ศาลที่พิจารณาคดี” ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยความชอบด้วยรัฐธรรมนูญของบทบัญญัติแห่งกฎหมายได้
  • อย่างไรก็ตาม “บทบัญญัติแห่งกฎหมาย” ที่อยู่ภายใต้อำนาจการตรวจสอบของศาลรัฐธรรมนูญจำกัดเฉพาะ “กฎหมายระดับพระราชบัญญัติ” เท่านั้น

          รัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายที่มีสาระสำคัญ 2 ส่วน ส่วนแรก คือ การกำหนดโครงสร้างพื้นฐานของรัฐ ทั้งในเรื่องรูปแบบของรัฐ ระบอบการปกครอง ตลอดจนองค์กรของรัฐในทางรัฐธรรมนูญประเภทต่าง ๆ อีกส่วนหนึ่ง รัฐธรรมนูญจะกล่าวถึงความสัมพันธ์ระหว่างรัฐกับประชาชน โดยเฉพาะการบัญญัติรับรองสิทธิและเสรีภาพของประชาชนในเรื่องต่าง ๆ การที่รัฐธรรมนูญมีสถานะเป็นกฎหมายสูงสุดจึงเป็นหลักประกันว่า รัฐหรือผู้ปกครองจะใช้อำนาจรวมถึงออกกฎหมายมาก้าวล่วงสิทธิและเสรีภาพของประชาชนโดยอำเภอใจไม่ได้

          ในกรณีที่ประชาชนเห็นว่า บทบัญญัติแห่งกฎหมายใดมีปัญหาเกี่ยวกับความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ เช่น กฎหมายนั้นอาจจะมีเนื้อหาที่ละเมิดสิทธิและเสรีภาพที่รัฐธรรมนูญให้การรับรองไว้ ย่อมมีสิทธิร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญตรวจสอบความชอบด้วยรัฐธรรมนูญของบทบัญญัติแห่งกฎหมายนั้นได้

          อย่างไรก็ตาม โดยทั่วไปแล้ว ประชาชนไม่สามารถยื่นเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญด้วยตนเองได้โดยตรง แต่จะต้องโต้แย้งผ่านทางองค์กรที่รัฐธรรมนูญกำหนด ซึ่งสามารถแยกได้เป็น 2 กรณี คือ กรณีที่มีคดีเกิดขึ้นในศาล และกรณีที่ไม่ได้มีคดีเกิดขึ้นในศาล

          กรณีที่มีคดีเกิดขึ้นในศาล ประชาชนที่เป็นคู่ความในคดีต้องโต้แย้งผ่านทาง “ศาลที่พิจารณาคดี” แต่หากเป็นกรณีที่ไม่ได้มีคดีเกิดขึ้นในศาล ประชาชนจะต้องร้องเรียนผ่านทาง “ผู้ตรวจการแผ่นดิน” เพื่อส่งเรื่องไปให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัย

          1. กรณีที่มีคดีเกิดขึ้นในศาล ไม่ว่าจะเป็นศาลยุติธรรม ศาลปกครอง หรือศาลทหาร และประชาชนที่เป็นคู่ความในคดีไม่ว่าจะเป็นฝ่ายโจทก์ (ผู้ฟ้องคดี) หรือจำเลย (ผู้ถูกฟ้องคดี) เห็นว่า บทบัญญัติแห่งกฎหมายที่ศาลจะใช้บังคับในคดีของตนมีเนื้อหาที่ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ และศาลรัฐธรรมนูญยังไม่เคยมีคำวินิจฉัยเกี่ยวกับบทบัญญัตินั้น ในกรณีนี้คู่ความสามารถยื่นคำโต้แย้งพร้อมด้วยเหตุผลต่อ “ศาลที่พิจารณาคดี” ของตน เพื่อส่งเรื่องไปให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยได้ หากศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาแล้วเห็นว่า บทบัญญัติแห่งกฎหมายนั้นขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญจริง ก็จะมีคำวินิจฉัยให้บทบัญญัติดังกล่าวเป็นอันใช้บังคับมิได้ ซึ่งจะส่งผลให้ศาลที่กำลังพิจารณาคดีนั้นไม่อาจนำบทบัญญัติดังกล่าวมาใช้ในการพิพากษาคดีได้นั่นเอง
          ทั้งนี้ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 ซึ่งใช้บังคับอยู่ในปัจจุบัน ได้บัญญัติรับรองสิทธิในการโต้แย้งผ่านทางศาลที่พิจารณาคดีเอาไว้ในมาตรา 212

          2. กรณีที่ไม่ได้มีคดีเกิดขึ้นในศาล แต่ประชาชนเห็นว่า บทบัญญัติแห่งกฎหมายใดมีปัญหาความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ กรณีนี้ประชาชนสามารถร้องเรียนไปยัง “ผู้ตรวจการแผ่นดิน” ซึ่งเป็นองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญได้ หากผู้ตรวจการแผ่นดินเห็นว่า บทบัญญัติแห่งกฎหมายที่ประชาชนร้องเรียนเข้ามาไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ก็จะส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาต่อไป หากศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาแล้ว เห็นว่าบทบัญญัติแห่งกฎหมายนั้นไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญจริง ก็จะมีคำวินิจฉัยให้บทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าวเป็นอันใช้บังคับมิได้นั่นเอง
          ทั้งนี้ หลักเกณฑ์เกี่ยวกับการส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญผ่านทางผู้ตรวจการแผ่นดินได้รับการบัญญัติเอาไว้ในมาตรา 231 (1) ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560

          อนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นการโต้แย้งผ่านทางศาลที่พิจารณาคดีหรือการร้องเรียนผ่านทางผู้ตรวจการแผ่นดินก็ตาม ข้อสำคัญที่ประชาชนต้องทราบ คือ ศาลรัฐธรรมนูญไม่ได้มีอำนาจตรวจสอบกฎหมายทุกรูปแบบ แต่จำกัดเฉพาะ “กฎหมายระดับพระราชบัญญัติ” ได้แก่ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ พระราชบัญญัติ พระราชกำหนด และประกาศหรือคำสั่งของคณะรัฐประหารที่มีค่าบังคับเทียบเท่าพระราชบัญญัติเท่านั้น

          นอกจากนี้ ประเด็นที่ประชาชนจะขอให้ศาลรัฐธรรมนูญตรวจสอบ ต้องเป็นกรณีที่ “เนื้อหา” ซึ่งปรากฏในบทบัญญัติแห่งกฎหมายขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญเท่านั้น หากเป็นประเด็นเรื่อง “กระบวนการตรา” บทบัญญัติไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญแล้ว ย่อมไม่อยู่ในอำนาจที่ศาลรัฐธรรมนูญจะตรวจสอบในกรณีนี้ได้ 
Back to top